| Profilo di p-pol"Emptyness" in the "Spac...FotoBlogElenchi | Guida |
|
23 ottobre งานหนังสือเเห่งชาติวันนี้ไปงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติมา รู้สึกว่าไม่ค่อยมีหนังสือใหม่ๆน่าสนใจเยอะเท่าไหร่ ตอนเเรกตั้งใจไว้ว่าอยากได้หนังสือของ อา'รงค์ วงษ์สวรรค์มาอ่านแต่ปีนี้ไม่ได้เลยทั้งหนังสือใหม่กะหนังสือเก่าก็มีหมดเเล้ว เลยได้สัพเพเหระมาแค่12เล่ม กลับมาบ้านนั่งดูหนังสือที่ตัวเองซื้อปรากฎว่า ครึ่งนึงเป้นหนังสือเกี่ยวกับเรื่องoutdoor สงสัยช่วงนี้ทำงานในห้อง4เหลี่ยมมากไปหน่อย แต่หลังจากดูหนังสือที่ซื้อมาทุกเล่มแล้ว เล่มที่น่าสนใจและเหมาะกับช่วงเริ่มต้นฤดูหนาวมากที่สุดคือเล่มนี้นี่เอง 555
10 agosto New Bazzzzzzzzz......... ผมเจอเบสตัวนี้ครั้งเเรกกับเพื่อนเว้ลตอนไปดูกีตาร์ให้เพื่อนทอมที่ฟอร์จูน หลังจากนั้นประมาณเกือบ3อาทิตย์ หลังจากคุณทอมได้335ตัวใหม่ไปแล้ว ผมกลับไปที่ฟอร์จูนอีกครั้ง โชคดีที่ยังไม่มีใครซื้อไป ผมนั่งลองอยู่เกือบชั่วโมง เเล้วก็ออกจากร้านไปที่Coco walkตรงพญาไท Second Music แล้วก็Central World สุดท้ายก็กลับมาที่ฟอร์จูน เจ้าของร้านถามผมว่าเเน่ใจเเล้วเหรอ (ไม่เเน่ใจเเล้วจะซื้อเหรอ) ได้ลองรึยัง เด็กในร้านก็บอกว่าพี่เค้ามาลองตั้งเเต่เช้าเเล้ว ท้านที่สุดผมก็ได้เบส Lakland - Darryll Jones Signature สีขาวมุกตัวนี้มาในราคา35000 พร้อมกล่อง (คุ้มโคตรๆ) 555
22 maggio FA CUP in Vientiane วันนี้ผมตื่นตี5ครึ่งด้วยเสียงเคาะประตูจากพี่ๆ3คน วันนี้เป็นวันสุดท้ายในหลวงพระบาง ผมตามพวกพี่ๆออกมาซักพักหลังจากหายมึน ใกล้6โมงพระมาบิณฑบาตรพร้อมกับทัวร์ไทยเเละจีน(และไกด์)ที่ทำให้ความเงียบสงบหายไป หลังจากใส่บาตรพระเกือบ100รูปเราเเวะมาใส่บาตรกับคุณยาย ที่เดียวกับเช้าเมื่อวาน หลังจากนั้นเราเก็บของร่ำลาลุงเจ้าของบ้านผู้ใจดี แล้วเตรียมตัวมุ่งหน้าสู่เวียงจันท์ 8โมงกว่าเรามาเช็คอินที่สถานี (ที่ตั๋วเขียนว่า "ปี้ผู้โดยสารรถ") 9โมงเศษรก็ออกจากสถานี 10ชั่วโมงหลังจากนั่งเปื่อยกันในรถ เราก็มาถึงเวียงจันท์ที่หมายสุดท้ายของเราในลาวตอนทุ่มกว่า หลังจากเดินหาที่พักกันจนขาเริ่มลาก เราก็มาจบที่โรงเเรมปารีส คืนนี้ผมสัญญากับตัวเองไว้เเล้วว่า"กูจะดูบอล" หลังจากเก้บของเข้าที่พักเราออกมาทานข้าวหลังจากนั้นปุ๋ยกับพี่ๆ3คน เเยกกันไปกินเบเกอร์รี่ ส่วนผมเดินหาร้านนั่งดูบอล สุดท้ายผมมาจบร้าน "ขอบใจเด้อ" ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นฝรั่ง" มารินคนเดียวเหรอ" เด็กเสิร์ฟในชุดสีชมพูถาม ผมสั่งเบียร์ลาวพร้อมกับการเขี่ยลูกเริ่มเกมส์ผ่านไปซักพัก คาเรเกอร์ก็ส่งบอลเข้าไปตุงตาข่าย แฟนบอลเวสแฮมคงอยากจะบอกว่าขอบใจเด้อ(แหม็ง...) หลังจากเสียประตูเเรกผมก็ถูกคุกคามโดยเด็กเสิร์ฟ ซึ่งวนเวียนมาเรียกร้องความสนใจด้วยการทำตาหวานเเละถามคำถามต่างกับผม รวมถึงขอเบอร์โทรศัพท์ ผมบอกไปว่าไม่ได้เอาโทรศัพท์ไป ผ่านไปซักพัก เด็กเสิร์ฟคนเดิมกลับมาพร้อมกับขออีเมลของผมไป "เผื่อคราวหน้ามารินอีก" เค้าบอกผม จากนั้นLiverpoolก็เสียลูกที่สอง หลังจากการถูกคุกคามโดยเด็กเสิร์ฟที่ผมเรียบเเปล้ตั้งกระบัง หน้าเหมือนจักรภพ เพ็ญเเขเเละปากห้อยเหมือน เนวิน ชิดชอบ ในชุดผ้าไหมสีผมพูมันเลื่อม ผมก้มีผู้มาเยือนที่โต๊ะรายใหม่ เป็น2สามีภรรยาชาวเอธิโอเปีย โต๊ะที่ร้านเต็มเค้าเลยมาขอนั่งกับผม 2คนนี้เหมือนเป้นตัวนำโชคในคืนนี้ หลังจากเค้านั่งไปซักพัก ซิสเซ่ก็ยิงให้ลิเวอร์พูลไล่มา2-1 จบครึ่งเเรก พักครึ่งผมคุยกับเค้าหลายเรื่องพอสมควร เริ่มครึ่งหลังเค้าย้ายโต๊ะไปเมื่อมีที่ว่าง เจอร์ราดยิงตีเสมอ2-2นาทีที่54 นาทีที่64เวสเเฮมขึ้นนำ3-2 ผมย้ายไปนั่งหน้าบาร์เเล้วสั่งเบียร์ลาวขวดที่4ของคืน ฝรั่งตรงหน้าผมนั่งกัดเล็บเหมือนคนเก็บกด ช่วงทดเวลาคำภวานาของผมเป็นจริงเมื่อเจอร์ราดซัดเป็น3-3 ชาวเอธิโอเปียเดินมาดีใจกับผม หลังจากนั้นผมนั่งลุ้นจนเรน่าเซฟจุดโทษให้เราคว้าเเชมป์ คืนนั้นผมแลองแชมป์ด้วยว็อดก้าเรดบูล์ และเลี้ยงเบียร์พี่คนขับตุ๊กๆ เช้าวันต่อมาผมบอกปุ๋ยว่าเจอกันตอนเที่ยงเลยด้วยความขี้เกียจ เที่ยงวันนั้นเราออกจากโรงเเรมแล้วมาที่ด่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาว เรานั่งรถรวดเดียวมาที่อุดรเพื่อขึ้นเครื่อง 6โมง40 ...ในที่สุดเราก็กลับสู่ความจริง...ที่กรุงเทพฯ 21 maggio Luang Pra Bang...Sun Rise To The Sun Set วันที่สองในหลวงพระบาง เราตื่นกันประมาณ6โมง แต่ออกมาเกือบไม่ทันใส่บาตรผมกับปุ๋ย(ที่เพื่อนบางคนของผมเรียกเค้าว่าผู้ชายโรเเมนติก)ต้องออกมาเดินหาซื้อข้าวเหนียวเพื่อใส่บาตร ตอนเเรกว่าจะไปซื้อที่ตลาดเเต่คุณยายใจดีบอกว่าไม่ทันเเน่ เลยต้องพึ่งข้าวเหนียวจากแม่ค้าที่เดินหาบขายอยู่ ซึ่งเเพงกว่าปกติมาก เช้านี้เราได้ใสบาตรสมใจอยาก หลังจากนั้นเราเดินไปกินกาแฟที่ร้านประชานิยมใต้ต้นมะม่วง ซึ่งเป็นที่ขึ้นชื่อในไกด์บุ๊ค (ผมรู้สึกว่าจะมีเเต่คนไทยไปกิน) เสร้จเเล้วเราจึงเริ่มโปรแกมของวันนี้ เราเช่าจักรยานขี่เที่ยวรอบเมืองซึ่งตอนเเรกคิดว่าใหญ่มากเมื่อดูจากแผนที่ แต่เมื่อเอาเข้าจริงเเล้วเรากลับเที่ยวหมดภายในครึ่งวัน หลังจากนั้นเราเเวะกินร้านเฝอ(หรือก๋วยเตี๋ยวนั่นเเหละ) คุณลุงเจ้าของบ้านบอกว่าร้านนี้คนไทยชอบไปกินเพราะมีในไกด์บุ๊คอีกนั่นเเหละ เรากลับมาตั้งหลักที่บ้านตอนบ่าย เเล้วก้ตกลงว่าจะไปน้ำตกกวางซี ห่างออกไปประมาณ30กิโลเมตร โดยป้าเจ้าของบ้าน(และเจ้าของลุง)ติดต่อรถให้ เราพบว่าการดูเเลอุทยานที่นี่ดีกว่าที่เมืองไทยบางเเห่ง อาจเป็นเพราะว่าคนยังมาเที่ยวไม่เยอะเท่าไหร่ (และพบว่ายางเเบนก็เป็นเรื่องปกติของทริปนี้) วันนี้มีปุ๋ยคนเดียวที่ลงไปเล่นน้ำ พวกผมที่เหลืออีก4คนขอตัว (นอกจากโรเเมนติกเเล้วยังรักธรรมชาติอีกด้วย..ช่างเป็นผู้ชายที่มีเสน่ห์ซะนี่กระไร) ส่วนผมเล่นเบียร์ลาวเป็นพักๆ มีฝรั่งมาถ่ายรูปปุ๋ยเป็นพักๆแต่ความจริงก็คือเค้าถ่ายน้ำตกแต่มีปุ่ยอยู่ในนั้น หลังจากเล่นน้ำไปซักพักเราก็เดินทางกลับ ระหว่างทาง ปุ๋ยหยุดถ่ายรูปฝรั่ง(ในชุดบิกินนี่)บ้างเป็นเป็นการเก็บบรรยากาศ(มันบอกเอง) แต่ผมคิดว่าอาจจะเป็นการเอาคืนที่โดนฝรั่งถ่ายรูป(รึป่าว???) หลังจากนั้นเรากลับมาอาบน้ำที่บ้านเเล้วเปลี่ยนชุดไปดูพระอาทิตย์ตกที่ภูสี กลางเมืองหลวงพระบาง เสร้จเเล้วเราลงมาสวดมนต์เเละเวียนเที่ยนที่วัด ที่นี่พิธีการค่อนข้างเยอะ เสร็จประมาณ2ทุ่มครึ่ง วันเรากลับไปฝากท้องกับเฝอป้าเวียงในตลาดที่ผมคิดว่าอร่อยกว่าเฝอที่เเนะนำในไกด์บุ๊ค..มาก เสร้จเเล้วเราเดินตลาดเเล้วก้กลบมานอน คืนนั้นป้าเวียงเจ้าของร้านเฝอโคตรอร่อยเเกบ่นเสียดายที่เรารีบกลับพรุ่งนี้เช้า...ส่วนปุ๋ยบ่นว่าอยากตั้งรกรากอยู่ที่ลาว (ผมเเนะนำให้มันหาเมียลาว...ไม่ใช่เบียร์ลาวนะครับ) 17 maggio Road to Luang Pra Bang 9โมงเช้าเราออกเดินทางจากวังเวียงไปหลวงพระบาง ก่อนหน้านั้นเรารองท้องกันด้วยขนมปังฝรั่งเศสใส่ไส้หมูหยอง กับกาแฟลาวใส่นมข้น เราเเวะพักรถอีกครั้งที่เมืองกาสี เส้นทางเริ่มขึ้นภูเขาบ้างเเล้วทำให้รถบัสต้องปิดเเอร์วิ่ง โชคดีที่หน้าต่างเปิดได้ ลมพัดจากหน้าต่างทำให้หายอึดอัดไปได้บ้าง(จากแอร์ที่ไม่ค่อยเย็น) เมื่อเข้าสู่ช่วงบ่ายแก่ๆ(เหมือนเพื่อนร่วมคณะทั้งสี่ของผม) เส้นทางเริ่มชันขึ้น อากาศข้างนอกเริ่มหนาวจนบางคนต้องเอาเสื้อเเจ็คเก็ตขึ้นมาใส่ ระหว่างทางยางก็เเบนซะงั้น ทำให้เรามีโอกาสได้ลงไปยืดเส้นยึดสายกันบ้าง และเเล้ว 5โมงเย็นเราก็มาถึงหลวงพระบางเรานั่งรถจากสถานีขนส่งมาลงแถวๆตลาด พี่คนขับรถแกคงมีcontactกะที่เกสเฮ้าส์อยู่ เลยพามาส่งซะงั้นอะ เราเดินดูห้องริมเเม่น้ำคาน ในตัวตลาด แล้วตัดกลับไปริมแม่น้ำโขง สุดท้ายเราก็กลับมาที่เดิม เรือนพักจูมค้อง หรือ Choum Khong Guest house (คุณลุงเจ้าของบ้านใจดีมาก) หลังจากนั้นเราเก็บของเข้าที่พักเเล้วออกตระเวณตลาด พอกินข้าวเสร้จเดินตลาดได้ซักพัก ฝนก็ตกเป็นอันว่า ตลาดเลิก ช่วงนี้ปุ๋ยอาศัยช่วงชุนลมุนต่อราคาเสื้อเบียร์ลาว มาได้ถูกกว่าปกติ ปุ๋ยพยายามต่อ3ตัว200แต่เค้าไม่ให้ บอกว่ากำไรตัวละสิบบาทเอง...... นาทีนั้นผมคิดว่าเค้าเป็นเเม่ค้าคนไทย Laos Trip 1st Day หลังจากนั่งหลังขดหลังเเข็งจากหมอชิต คนทั้งรถถูกปลุกด้วย ศิริพร อำไพพงษ์2อัลบั้มรวด เเละเเล้วเราก็เดินทางมาถึงหนองคายเกือบ7โมงเช้า จากนั้นเราข้ามเขตเเดนเข้าสู่ลาว เวียงจันท์ตอนเช้าดูไม่เร่งรีบเท่ากรุงเทพฯแต่ก็ไม่ถึงกับเงียบเหงา เสร็จจากข้าวเช้าเรามุ่งหน้าสู่วังเวียง เมืองระหว่างทางจากเวียงจันท์กับหลวงพระบาง ซึ่งเป็นจุดหมายเเรกของเราในวันนี้ เกือบบ่าย2เราก็มาถึงวังเวียง ใช้เวลาจากเวียงจันท์3ชม.กว่าๆ แดดร้อนโคตรๆ หลังจากเดินหาที่พักจนตัวเเดงได้ที่ เราได้ที่พักกันที่กันที่ เรือนพัก Phu Bane คืนละ200บาทเท่านั้น หลังจากทานข้าวกลางวันเเละเดินเตร่ๆในเมืองซักพัก เราก็มานั่งที่ร้านริมน้ำชื่อ same same (but different) หลังจากนั่งชิลๆจนต้องลงไปแช่น้ำด้วยความร้อนจากอากาศ เบียร์ลาว และฝรั่ง ที่นี่ผมก็ได้พบว่าเด็กวังเวียงเเม่งกวนตีนเหี้ยๆ ด้วยคำถามเช่น พึ่งสึกมาเหรอพี่,คนหรือผีทำไมเเขนกับตัวสีไม่เหมือนกัน เเละกับสารพัดคำถามที่สรรหากันมา รวมทั้งการเล่นสงครามสาดน้ำกันตลอดเวลา ผมสงสัยว่ามันดูทีวีไทยมากไป(ทีวีไทยที่นี่ชัดกว่าที่บ้านอีก) โชคดีเป็นของเด็กวังเวียงที่ไม่โดนเตะ หลังจากนั่งจนเย็นและตัวเริ่มเปื่อย เราก็เข้ามาหาอะไรกินกันในตัวเมืองวังเวียง ร้านเหล้าที่นี่เยอะเหมือนถนนข้าวสาร แต่ต่างกันตรงที่อากาศและวิวดีกว่า(มาก) คืนนั้นเราไปจบที่ร้าน Xa Yoh (เขียนงี้มั้ง)คนเยอะที่สุดในวังเวียง(มีแต่ฝรั่ง) เปิดเพลงดี มีโต๊ะพูล คืนนั้นไอ้ปุ๋ยบ่นว่าอยากเป็นฝรั่ง...
|
||||
|
|